เปิดตัวนักเตะฟอร์มดีสุดของ เรือใบสีฟ้า อิลคาย กุนโดกัน

ผลงานของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังมาแรงสุด ๆ ในช่วงเวลานี้ ต้องยอมรับว่าความดีความชอบส่วนหนึ่งคือ การวางเกมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ช่วงต้นซีซั่นฟอร์มออกทะเลไปไกลจนเขาพูดคุยกับทีมงานว่าถ้าหากเล่นเพื่อเน้นเกมรับมากขึ้นแล้วมันไม่เวิร์ค ก็ขอกลับไปเล่นบอลสไตล์เดิมที่ตนเองถนัดดีกว่า ซึ่งไม่ใช่แค่ฟอร์มของทีมที่พลิกฝ่ามือ แต่คีย์แมนคนสำคัญในการผงาดในครั้งนี้หาใช่ เควิน เดอ บรอยน์ ไม่ แต่เขาคนนั้นคือ อิลคาย กุนโดกัน
ดาวเตะวัย 30 ปี ชาวเยอรมันรายนี้ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในศึกบุนเดสลีก เยอรมัน มายังถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อปี 2016 ด้วยค่าตัว 24.30 ล้านปอนด์ ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่สูงมากนัก ซึ่งในช่วงแรก ๆ ฟอร์มของเขาเองก็ไม่ได้โดดเด่นขนาดว่าเป็นตัวหลัก แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร
กระทั่งในซีซั่นนี้ช่วงแรก ๆ ที่ เดอ บรอยน์ มีปัญหาอาการบาดเจ็บ บวกกับทีมปล่อย ดาบิด ซิลบา ออกไปแล้ว ส่วน แบร์นาโด้ ซิลวา ก็ฟอร์มหลุดทะเลไปไกล นั่นส่งผลให้ อิลคาย กุนโดกัน กลายเป็นพระเอกขี่ม้าขาวที่แบกทีมกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง
หากเทียบสถิติในการลงเล่นซีซั่นนี้เฉพาะเกมพรีเมียร์ลีก เจ้าตัวลงสนามทั้งสิ้น 20 เกม ยิงไป 11 ลูก กับอีก 2 แอสซิสต์ เป็นนักเตะที่ยิงประตูได้เยอะสุดในทีม
ยิ่งเมื่อนับเฉพาะเดือนพฤศจิกายนที่ปี 2020 จนถึงปัจจุบัน เขาคือนักเตะที่ทำประตูได้สูงสุดคือ 12 ลูก นำหน้าหัวหอกตัวความหวังอย่าง แฮร์รี่ เคน ของสเปอร์ส, โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ ของลิเวอร์พูล หรือแม้กระทั่ง บรูโน่ แฟร์นันดส์ เพลย์เมกเกอร์หัวใจของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ
ลักษณะการเล่นของเขาด้วยความเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก จึงมักสอดแทรกขึ้นไปบริเวณในกรอบเขตโทษบ่อย ๆ คราวนี้เมื่อได้ตัวป้อนดี ๆ ทั้ง เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง หรือ ริยาด มาห์เรซ ทำให้การตะบันตาข่ายของมิดฟิลด์เยอรมันทำงานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม บวกกับความเก่งกาจของเขาคือลูกยิงที่เฉียบคมและแม่นยำอยู่แล้ว นั่นจึงส่งผลให้ทั้งตนเองและทีมฟอร์มดีแบบกระฉูดแตกชนิดว่าใครก็เทียบเคียงได้ยากมาก
คงต้องขอบคุณแนวทางของกุนซือชาวสเปนที่ทำให้เขาได้รับโอกาสและลงล็อกกับแผนการเล่นในปัจจุบันแบบสุด ๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาเองอาจโดนบดบังรัศมีจากทั้ง ดาบิด ซิลบา รวมถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มเจิดจรัส ทีมต้องการตัวช่วยคนสำคัญ นี่คือส่วนเติมเต็มที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อีกสมัย
